กระบวนการตรวจเช็ครถยนต์ง่ายๆด้วยตนเอง

การตรวจเช็คภาวะรถยนต์ เป็นเรื่องที่ควรทำอยู่เป็นประจำๆเพื่อให้มีความปลอดภัยสำหรับเพื่อการขับรถ และก็รักษารถยนต์ที่ท่านรักให้ทนอยู่กับท่านไปอีกช้านาน
กรรมวิธีการที่ได้เอามาเสนอนี้ ไม่ได้มีการเฉพาะเจาะจงว่าสำหรับรถยนต์รุ่นใด แบบใด เพียงแต่ต้องการให้ทดลองอ่านแล้วหลังจากนั้นก็ค่อยนำไปปรับแก้ให้สมควรตามแต่รถยนต์ที่ท่านผู้ครอบครองรถยนต์นั้นใช้อยู่ ในทีแรกบางครั้งอาจจะดูราวกับว่ายุ่งยากสำหรับผู้ที่มิได้ศึกษาทางด้านช่างยนต์มาก่อน แต่ว่าถ้าหากทำเป็นประจำจนกระทั่งเป็นนิสัย ตามแต่ช่วงเวลา และก็ความเหมาะสมของแม้กระนั้นท่าน แล้วจะพบว่ารถยนต์ไม่ใช่เรื่องที่น่าสยดสยองอีกต่อไป ทดลองได้คุย ได้จับ ได้คลำ ได้ลูบคลำกันเสมอๆสักครู่ก็จำกันได้พอเพียงรู้จักกันแล้ว เวลามีปัญหาอะไรที่นี้ล่ะบอกหมดเลย คุยโวมาก็มากแล้ว ลงมือกระทำงานกันเลยดีกว่า

1. การตรวจเช็คระดับ น้ำมันเกียร์ออโต้

ระดับของน้ำมันเกียร์ ควรจะให้อยู่ระหว่างจุดสุดยอด รวมทั้งจุดต่ำสุด อย่าทำให้น้ำมันเครื่องเหลือ
น้อยกว่าจุดต่ำสุดโดยเด็ดขาด เพิ่อความถูกต้องชัดเจนของระดับน้ำมัน ควรจะสตาร์ทเครื่องยนต์และก็เข้าเกียร์ เป็นลำดับ 3-5 วิ/เกียร์ แล้วปิดเครื่องแล้วก็ค่อยวัด หรือตรวจดูแนวทางการวัดจากคู่มือรถยนต์

2. ทำตรวจเช็คระดับน้ำมันเบรค

ให้อยู่ในระดับที่ระบุ ถ้าพบว่ามีการพร่องหายไป ควรจะรีบดำเนินงานตรวจเช็คจุดที่รั่วซึม หรือนำรถยนต์ของท่านไปให้ช่างผู้ที่มีความเชี่ยวชาญงานตรวจทานหาต้นเหตุ แล้วกระทำปรับปรุง เนื่องจากว่าโดยธรรมดา ระบบน้ำมันเบรค จะไม่พร่องหายไปมากเกิน ถ้าเกิดไม่มีเหตุไม่ดีเหมือนปกติอะไรก็แล้วแต่มาเข้าแทรก ถ้าหากดูแล้วพบว่ามีสีที่คล้ำมากมายว่าธรรมดา แล้วหนสุดท้ายที่ปลูกถ่ายก็จำไม่ได้แล้วด้วย ก็ถึงเวลาควรจะมีการบำรุงรักษากันแล้ว ช่วงเวลาสำหรับการปลูกถ่าย เสนอแนะทุกๆ40,000 Km. หรือทุกๆ2 ปี

3. ตรวจระบบควบคุมแนวทางการทำงานของก๊าซด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์

สำรวจระบบรูปแบบการทำงานของเครื่องจักร โดยใช้คอมพิวเตอร์โปรแกรม เช็คค่าต่างๆในระบบก๊าซ เช็ค ค่าเวลาการจ่ายของหัวฉีด ระยะชูหัวฉีด ส่วนประกอบของอากาศและก็เชื้อเพลิงในขณะต่างๆขณะเครื่องยนต์กลไกปฏิบัติงานทั้งยังแบบมีโหลดและไม่มีโหลด

4. สายลิงถยนต์

ตรวจเช็คสายลิงถยนต์มามีการร้าวฉานไหม ว่าหมดสภาพการใช้แรงงาน มีการหย่อนยานหรือตรงรุ่นไหม เนื่องจากจะมีผลกับลักษณะการทำงานของเครื่องจักรกล ในระบบการกระตุกสั่นสะเทือน

5. การตรวจเช็คระดับน้ำมันเบรค

ตรวจเช็คระดับ น้ำมันเบรค ให้อยู่ในระดับที่ระบุ ถ้าหากพบว่ามีการพร่องหายไป ควรจะรีบปฏิบัติการตรวจเช็คจุดที่รั่วซึม หรือนำรถยนต์ของท่านไปให้ช่างที่มีความชำนาญงานตรวจดูหาปัจจัย แล้วทำปรับปรุง เนื่องจากว่าโดยธรรมดา ระบบน้ำมันเบรค จะไม่พร่องหายไปมากมาย ควรจะปลูกถ่ายน้ำมันเบรคทุกๆ40,000 กม หรือ ทุกๆ1-2 ปี

เพียงแต่ 5 ขั้นตอน ที่คุณสามารถเช็คได้เองด้วยตาเปล่าที่บ้าน ก็จะก่อให้คุณสามารถทราบถึงความธรรมดาหรือความไม่ดีเหมือนปกติของระบบหล่อเย็นซึ่งคือระบบที่สำคัญเป็นลำดับหนึ่งของรถยนต์แก้เหตุการณ์ได้อย่างทันเวลา ไม่ต้องไปเสียเวล่ำเวลา เสียอารมณ์อยู่บนถนนหนทาง

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *